NEWS

วิธีการเลือกปั้มให้เหมาะสมกับการใช้งาน

วิธีการเลือกปั้มให้เหมาะสมกับการใช้งาน

               เริ่มต้นควรจะต้องดูที่น้ำหนักของรถมอเตอร์ไซค์และความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ให้สัมพันธ์กับขนาดของปั๊มเบรค ซึ่งจะมีส่วนประกอบหลักๆดังนี้

               1. ปั้มบน (Cylinder) ต้องตรวจสอบให้สัมพันธ์กับขนาดของปั้มล่าง ถ้าปั้มล่างขนาดใหญ่ 4 Pot (คือขนาดลูกสูบ) หากมีการใช้ปั้มบนเดิม หรือปั้มที่แรงดันไม่พอ ผลที่ได้คือ ใช้ได้ แต่นิ่ม บีบแล้วความยุบจะเยอะเพราะแรงดันไม่แรงพอ หรืออาจจะถึงขั้นเบรคไม่อยู่ ดังนั้นต้องตรวจเช็คให้ดี

              2. ปั้มล่าง (Caliper) ควรจะต้องให้มีความสัมพันธ์กับขนาดของรถมอเตอร์ไซค์ และน้ำหนักของรถมอเตอร์ไซค์ เพราะว่าหากรถที่มีขนาดเล็กจะเบา หากไปใช้ปั้มตัวใหญ่มากกว่า 4 pot ขึ้นไปหรือมากกว่า หรือพวกเรเดียลเม้าท์ ผลที่ได้คือ มีความสวยงามกว่าของเดิมแน่นอน แต่ถ้ามันไม่สัมพันธ์กันจะทำให้เกิดอาการล้อล็อค เพราะแรงจับจานเบรคมีเยอะเกิน+รถน้ำหนักเบา อาจเกิดอาการล้อหน้าล็อคและปัดหรือถ้าข้อมือแข็งๆก็กลายเป็นอาการหัวทิ่มแทน ดังนั้นต้องเลือกขนาดปั๊มล่างที่เหมาะกับน้ำหนักรถ

              3. เรื่องผ้าเบรค คำถามที่ว่า ผ้าเดิมกับ ผ้าแบรนด์ต่างกันอย่างไร อธิบายอย่างนี้ ผ้าเบรคแต่ละค่ายจะมีสูตรของส่วนผสมที่เป็นสูตรทางการค้าของแต่ละรายแบรนด์ต่างๆ รวมถึงของเดิม ก็มีซัพพลายซึ่งเป็นผู้ผลิตผ้าเบรคส่งป้อนเข้าโรงงานประกอบรถต่างๆ

             ดังนั้นส่วนผสมที่ใช้ จึงไม่เหมือนกัน ส่วนผสมที่ว่า จะเป็นพวกสารที่สร้างแรงเสียดทาน เช่น เซรามิก ใยหิน คาบอน ฯลฯ พวกนี้จะเป็นผ้าเบรคที่มีเนื้อนิ่ม ข้อดีคือ เบรคนิ่ม หยุดง่าย เสียงไม่ดัง แต่ ยิ่งนิ่มเท่าไหร่ อัตราการสึกหรอของผ้าเบรคก็มากขึ้นหรือผ้าเบรคหมดเร็วนั่นเอง และข้อเสียอีกข้อคือ ผ้าชนิดนี้ยิ่งความร้อนสะสมเยอะประสิทธิภาพในการเบรคยิ่งต่ำลง หรือยิ่งร้อนยิ่งลื่น 

             อีกเนื้อนึง คือแบบเนื้อผ้าเบรคผสม โลหะ ผ้าเบรค ชนิดนี้ จะมีโลหะเป็นส่วนผสมด้วย ตามสูตรของแต่ละค่าย ผ้าเบรคชนิดนี้เหมาะสำหรับ รถที่ใช้งานในช่วงความเร็วสูง และใช้งานหนักๆ ข้อดีคือทน ผ้าหมดช้าเพราะความแข็งของตัวผ้าเบรคที่มากกว่า

             ส่วนข้อเสียคือ เสียงดัง ช่วงความเร็วต่ำ หรือวิ่งใหม่ๆ เบรคจะลื่น เพราะเนื้อโลหะจะทำงานได้ดีในช่วงที่ผ้าเบรคมีความร้อนในระดับนึง และเรื่องของการกินจานเบรค เพราะเนื้อผ้าเบรคแข็งมากจึงกินจานเบรคหรือทำให้จานสึกมากกว่าแบบแรก

Facebook
Twitter
Pinterest
Scroll to Top